เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโตจัด Working Dinner ระดมความคิดเห็นภาคธุรกิจไทย เชื่อมโยงโอกาสการค้า–การลงทุนไทย–โมซัมบิก

วันที่นำเข้าข้อมูล 3 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 3 ต.ค. 2569

| 3 view
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต จัด Working Dinner แก่คณะนักธุรกิจไทยที่เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงานแสดงสินค้านานาชาติกรุงมาปูโต (Feira Internacional de Maputo: FACIM 2026) ประกอบด้วยผู้แทนจาก ปตท.สผ. นำโดยนางสาวกฤษณา จุ้ยศิริ ผู้จัดการอาวุโสโครงการโมซัมบิก และผู้บริหารจาก Kamol Industry, Eastern Rice, Talaythong Factory, Tylers Industry และ FNB Machinery & Solutions
 
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักธุรกิจไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนในโมซัมบิกอยู่แล้วเข้าร่วม ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึก Macuse ในจังหวัด Zambézia นายพร่างเพชร นุ่มน้อย เจ้าของร้าน Spicy Thai และคุณจีรนันท์ พัตตอน เจ้าของร้าน Pekai’s Thai Pub & Restaurant ซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในกรุงมาปูโต ตลอดจน Thai Agritech Consortium (TAC) นำโดยนาย Shannon Lee Ferry
 
ในโอกาสดังกล่าว ภาคธุรกิจไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการค้าและการลงทุนในโมซัมบิก ทั้งในด้านสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แนวทางการรับมือกับอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลโมซัมบิก ตลอดจนแนวโน้มและโอกาสของตลาดในระยะต่อไป โดยเฉพาะโอกาสที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากโครงการ LNG ใน Area 1 ซึ่ง ปตท.สผ. ร่วมลงทุน และเมื่อเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว คาดว่าจะมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลโมซัมบิก และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในสาขาต่าง ๆ
 
ที่ประชุมยังเห็นถึงศักยภาพของภาคเกษตรกรรมโมซัมบิก ซึ่งเป็นอีกสาขาที่ภาคเอกชนไทยสามารถมีบทบาทได้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการเกษตรของไทย ที่สามารถช่วยสนับสนุนการยกระดับเกษตรกรรมของโมซัมบิกให้มีความทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร
 
พัฒนาการดังกล่าวยังอาจเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้ามาศึกษาลู่ทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตรและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในโมซัมบิก ทั้งเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศ และใช้โมซัมบิกเป็นฐานในการเชื่อมโยงสินค้าและการลงทุนไปสู่ตลาดประเทศอื่น ๆ ในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 1,500 ล้านคนในอนาคต

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ